เกียรติศักดิ์ของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงที่สูญสิ้นด้วยมือของสื่อ

สำหรับกระแสข่าวครื้นเครงเกี่ยวกับความสัมพัณธ์ของนักกีฬาแบตมินตันชายหญิงของกลุ่มประเทศญี่ปุ่น


 ที่ถูกเล่นข่าวสารเรื่องสัมพัณธ์สวาท กว่าผลของการซักถามจะออกมาแก้ข้อติเตียนทั้งคู่ แต่ว่ากิตติศัพท์ของทั้งสองก็แปลงเป็นเหยื่อของสื่อและก็สังคมไปๆมาๆมายเกินเลยซะแล้ว ซ้ำยังเป็นถูกอกถูกใจบรรดาเพจคลิกเบทต่างๆพากันถูกแชร์ถูกเสริมเติมรายละเอียดให้ยิ่งฉาวกันอย่างมากมาย
จริงๆแล้วบางทีก็อาจจะดูได้ว่า การที่นักกีฬาที่ดีมีวินัยไม่สมควรจะเกี่ยวพันกับปัญหารักๆใคร่ๆด้านในแคมป์นักกีฬานั้น นับว่าเป็นต้นแบบระเบียบที่สร้างความเรียบร้อยเรียบร้อยแล้วก็เพื่อนักกีฬาจดจ่ออยู่กับการแข่งขันชิงชัยและก็จัดแจงอย่างมีความพร้อมเพรียง
ถ้าว่าในแวดวงกีฬานั้นอาจมีเกิดขึ้นบ้างสำหรับปัญหาทำนองนี้แล้วก็หากว่ามันจะเป็นความไม่ถูก แต่ว่าก็เป็นเพียงแค่การไม่ถูกกฎที่ต้องปฏิบัติข้างในแต่เพียงแค่นั้น
แม้กระนั้นไม่ได้นึกฝันว่าปัจจุบันบรรดาแวดวงสื่อทั้งหลายแหล่ได้ถือเอาหลักสำคัญรูปแบบนี้ มาเขียนพาดหัว กันอย่างบ้าคลั่งส์โดยไม่คิดถึงจริยธรรมและก็การกระทบรังแกตัวบุคคลนักกีฬา
แล้วก็สำหรับกรณีของนักกีฬาชายหญิงแบดมินตันของประเทศญี่ปุ่นที่ถูกป้ายความผิดว่ามีสโมสรรักๆใคร่ๆกันข้างในแคมป์เก็บเนื้อเก็บตัวนักกีฬา สื่อหลายที่ก็ถึงกับพากันรีบบรรเลงพาดหัวกันด้วยถ้อยคำที่แทะโลมขุดคิด คัดเลือกคำจะให้มองตื่นเต้นมองเกิดเรื่องฉาวกันอย่างเกินเลย แล้วก็เกินข้อเท็จจริงในขณะที่หัวข้อนี้ไม่ใช่เรื่องรุนแรงร้ายแรง
ทั้งยังเกิดเรื่องที่จำต้องรอคอยผลของการไต่สวนอีกด้วย ซึ่งผลจากการสอบสวนปัจจุบันปรากฏว่า หากแม้ทั้งสองจะโดนจับได้ว่าอยู่ร่วมกันในห้องเช่าเดียวกันจากเพียงแค่อาศัยการสังเกตุกล้องวงจรปิดย้อนไป ซึ่งปรากฏเพียงแต่ภาพของนักกีฬาหญิงเดินออกมาจากห้องของนักกีฬาชายแต่เพียงแค่นั้น
ซึ่งผลจากการสอบสวนในคราวหลังได้ข้อน่าเชื่อใจว่า นักกีฬาหญิงฟุกุชิมะแม้ว่าจะได้เดินออกมาจากหอพักของนักกีฬาชายโมโมตะจริง แต่ว่าก็ตรงเวลาในตอน นาฬิกาตอนเช้าและก็เป็นการเข้าไปคุยบางสิ่งบางอย่างไปเพียงเท่านั้น ซึ่งไม่มีสิ่งใดจะสรุปชี้ได้ว่าความ สัมพัณธ์อะไรก็ตามนั้นจะอยู่ในแนวทางที่เกินเลย อย่างที่สื่อหลายที่พากันเขียนประชาสัมพันธ์ก็หาไม่
สำหรับเรื่องในคราวนี้บางทีอาจเพิ่มแรงสะท้อนให้มีความคิดเห็นว่าสื่อในทุกวันนี้มีปัญหากันอยู่เยอะแค่ไหน รวมกับปัญหาอื่นๆที่มีสะสมอยู่แล้วในรูปภาพลบต่อหลายเรื่องของเหตการณ์สารพัดต้นแบบก่อนหน้านี้
บางทีอาจถึงเวลาแล้วที่จะควรจะมีเสียงสะท้อนกลับให้บรรดาสื่อทั้งหลายแหล่มีการปฏิบัติที่มีจริยธรรมเพิ่มมากขึ้น มีการเขียนข่าวสารหรือพาดหัวเรื่องที่นึกถึงผลพวงที่จะรังควานชีวิตคนคนอื่นอย่างเข้มงวดขึ้นด้วยเหตุว่าเท่าที่ยังมีความประพฤติราวกับนี้ ก็หน้าเป็นห่วงอย่างยิ่งว่า จะมีคนอีกเยอะแค่ไหนจำเป็นต้องรู้สึกราวกับตกตายทั้งเป็นรวมทั้งทั้งยังวิวัฒนาการในด้านอื่นๆของประเทศอีกกี่เรื่องที่จะจะต้องถูกถ่วงรั้ง ซึมเศร้าเนื่องจากว่าพฤติกรรมของสื่อจำพวกที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคมกลุ่มนี้อยู่ร่วมท่ามกลางชีวิตประจำวันของพลเมือง

Author: Ralph Bradley